2009/Feb/22

.
.
.


หนูแค่อยาก . . . .

.
.
.


" เป็นคน "   


หนูแค่อยากเป็นคน ...   ค่ะ


.
.
.


นั่นคือ คำตอบ 

ของเด็กหญิงปังปุง ..  เด็กหญิงคนเดิม เด็กหญิงซึ่งยังไม่อยากจะเติบโต ไปเป็นผู้ใหญ่ ..


เด็กหญิงซึ่งกลัวการถูกยัดเข้าไปอยู่

ในเบ้าหลอม ของกระแสสังคม และวัฒนธรรมแวดล้อม

ซึ่งหลอมละลาย สลายตัวตน ของหลายๆ คน

จนทำให้ ความแตกต่างหลากหลาย

ของมนุษย์ บางคนในสังคม  กลายเป็นเรื่อง  แปลกประหลาด


.
.


" โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไรคะ ? "

" หนู ..  อยาก .. เอ่อ..    หนูอยากเป็น คน ค่ะ "


" อ้าว ..  ก็นั่นมันคือสิ่งที่หนูเป็นอยู่แล้ว ไม่ใช่หรอคะ ? "

" ใช่ค่ะ ..  แต่ก็เป็นสิ่งที่หนู ไม่อยากสูญเสียมันไป "


เด็กหญิงปังปุง กลัวว่า ..

ถ้าเธอ อยากเป็น  หมอ เป็น พยาบาล เป็นสถาปนิก เป็นนักวิทยาศาสตร์  ..  เป็น  ....   9ล9

แล้วเธอจะไม่ได้กลับมาเป็น " มนุษย์ " หรือที่เรียกง่ายๆ ว่า " คน "  อีก ..


.
.
.


เพราะเธอแอบเห็นว่า ..  ยังมีเด็กหลายๆ คน

เมื่อเติบโตขึ้นมา ...  บางคนก็สามารถพาตัวเองไปถึงฝัน .. พาตัวเองไปถึง ในสิ่งที่อยากเป็น ..

และเมื่อฝันของพวกเค้า .. กลับกลายเป็นความจริง ..    พวกเขาเหล่านั้น ต่างก็พากันหลงลืม

ที่จะมีความใฝ่ฝันอีกต่อไป


ส่วนคนอื่นๆ  ที่เหลือ ..   อาจจะไม่สามารถพาตัวเอง ไปถึงภาพความฝันที่วาดไว้ได้ .. 

บางคน ก็เลยเลือก ที่จะหยุดฝัน เอาลงกลางทาง  แล้วกลับมายอมรับ สิ่งที่เป็นอยู่คือ .. 

โดยที่จริงๆ แล้ว

ก็ยังไม่ เป็น  ไม่เคยอยู่  และไม่เคยคือ   .. 

แต่ก็ยังเหลือ อีกหลายๆ คน   ที่ยังเดินต่อไป ... 





พี่นางฟ้า เคยบอกปังปุงว่า ..  ความฝัน เป็นพร จากสวรรค์ ที่เป็นคุณสมบัติพื้นฐานของมนุษย์ ทุกคน


ปังปุง เข้าใจว่า

ถ้าคนเรา ไม่มีความฝัน ...  เราก็ ไม่ใช่คนอีกแล้วน่ะสิ ..


คุณพ่อ ของปังปุง .. เป็น นักออกแบบ 

ทุกๆ วัน ปังปุงเห็น คุณพ่อใส่ ชุดสีดำ  แว่นตากรอบหนา 

เวลามีคนถาม ...  ว่าคุณพ่อเป็นอะไร   คุณพ่อก็จะตอบว่า  เป็น Designer 

ปังปุง ไม่เข้าใจ ว่า ทำไม คุณพ่อ ไม่ตอบเค้าไปว่า ... คุณพ่อเป็น " คน "  คุณพ่อเป็น  " พ่อ " 


.
.
.


ปังปุง ยังสังเกต เห็นผู้ใหญ่อีกหลายๆ คน


ที่เป็นอีก หลายๆ อย่าง ..  แต่ละอย่าง  ก็ดูเหมือนจะ เหมือนๆ กันไปซะหมด


ชนิด A   -  มักจะไว้ผมยาว  ชอบฟังเพลง แบบนี้  ดูหนังแบบนั้น   แต่งตัวแบบนี้ 

ชนิด B  -   ก็เป็นอีกอย่าง

ชนิด C -   ก็เป็นอีกแบบ


แต่ดูเหมือน ..   พอโตไปเป็นผู้ใหญ่เมื่อใด ...  ประชากรโลก  ก็จะมีความแตกต่างกันน้อย ลง

เราสามารถ จำแนก  แยกประเภท จัดแบ่งไว้เป็นหมวดหมู่   ตามลักษณะ ของ สถานะ อาชีพ ..  ของแต่ละคน


ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ...  หากแต่ น่าใจหาย ที่บางคน หลงลืม ความเป็นปัจเจกของตน 

และหลงไปกับ อัตลักษณ์ของ  บทบาท หน้าที่ สถานะ ...  หรือ สิ่งสมมุติ ใดๆ ก็ตามแต่ 

ที่ถูกกำหนดให้เป็น ให้มี



ทั้งที่  ..  ไม่มีตัวตนอยู่จริง

.
.
.



ผู้ใหญ่หลายๆ คน ในสายตาของปังปุง  จึงไม่ต่างกับ 



" เครื่องใช้ไฟฟ้า " 


บางคน มีหน้าที่ทำความเย็น  .. ก็เลยเป็น ตู้เย็น

บางคน เป็น TV  เป็น เครื่องซักผ้า  ..      เป็นอะไรมากมาย

ที่คิดว่าตัวเอง " เป็น "   มัน   จากสิ่งที่ ตัวเอง " ทำ "


บางที ..  ปังปุงก็ วาดรูปเล่น ลงสมุดวาดเขียน ..   โดยที่ไม่เคยนึกว่า ตัวเองคือ จิตรกร

ปังปุง คิดว่า ตราบใด ที่เรา ยังเป็น  " คน "   ...  เราก็ ไม่ควร บอกว่า ตัวเรา คือ  " ? " 

จาก เพียงแค่  1 สิ่งที่เราต้องทำในชีวิตประจำวัน   แล้วก็หลงไปกับ ความเป็นมัน ...  จนลืมเป็นเรา


.
.

ปังปุงเคยสงสัย ว่า  ... ทำไมพ่อไม่บอกว่าตัวเองเป็น  " นักแปรงฟัน "   " นักอาบน้ำ "   " นักอ่านหนังสือพิมพ์ " 

เพราะปังปุงเห็นพ่อ ทำสิ่งเหล่านี้  บ่อยกว่าการ  ออกแบบ  เสียอีก


.
.
.

แต่อย่างว่า ..

ยังไงๆ   ปังปุง ก็ยังเป็นเด็ก

เด็กมักเป็นอะไร ไปได้ไม่มากกว่า " เด็ก " 

และถึงแม้เด็กจะมีความคิด ความฝัน มีจินตนาการ   .. 

แต่ผู้ใหญ่ ..  คนเดิม ที่เคยเป็นเด็กในวันนี้  ก็อาจจะหลงลืม มันไป ในวันข้างหน้า

หนัก เข้า .. ก็ถึงขึ้น หลงลืม ความเป็นตัวตน ของตัวเองกันไปเลยทีเดียว ..


ปังปุง ..  ไม่ค่อยอยากจะโต ..

แต่ถ้า จะต้องโต จริงๆ .. 



.
.
.


ปังปุงฝันไว้ ว่า ..



ในกระดาษใบเล็ก ที่ผู้ใหญ่ ใช้แนะนำตัวกัน   หรือ ที่เรียกว่า นามบัตร

ปังปุง จะเขียนว่า ..



"  เด็กหญิง ปังปุง 

 กู ...  เป็น ...   กู    "



.
.
.

 

 

credit : คุณ A r t F u l l Y จาก pantip.com